ประวัติความเป็นมาโดยย่อของ อ.ฉันทมน พูลนิล

บ้านมะมาสมุนไพรก่อตั้งมากว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2541 โดย คุณฉันทมน พูลนิล หรือ อาจารย์เล็กหรือที่บรรดาลูกศิษย์และลูกค้าเรียกกันจนติดปากว่า “อาจารย์แม่” โดยก่อนหน้านี้อาจารย์เล็กได้ประกอบกิจการด้านความสวยความงามโดยใช้สารเคมี ถึงแม้จะทำรายได้ดีแต่ท่านกลับแพ้สารเคมีที่ต้องเจออยู่ทุกวัน ผิวพรรณ มือและเท้าล้วนแต่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีอย่างรุนแรง

อาจารย์เล็กกล่าวว่าหากพูดถึงรายได้ช่วงที่ยังทำสารเคมีอยู่นั้นกำไรดีมากแต่สุขภาพตัวอาจารย์เองกลับย่ำแย่ลง เพราะสูดดมสารเคมีที่อบอวลอยู่ในห้องทำผมทุกวัน บวกกับโรคประจำตัวที่เป็นภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก จำได้ว่าเมื่อปี พ.ศ.2537 ได้ป่วยเป็นไข้หวัดบ่อยมาก เส้นผมก็หงอกเร็วขึ้น ย้อมผมปิดผมขาวทุกเดือน มาปี พ.ศ.2538 เข้าโรงพยาบาลพญาไท2 คุณหมอบอกว่าแพ้สารเคมีอย่างรุนแรง ผิวแห้ง มือและเท้าชา คุณหมอสั่งห้ามไม่ให้ย้อมผม เพราะเคมีจะลงชั้นใต้ผิว ทำให้เกิดผิวหนังศีรษะบางแดงและอักเสบ จากนั้นก็ปล่อยให้ขาวบ้าง หลังออกจากโรงพยาบาลมา เพื่อนได้ชวนไปปฏิบัติธรรมที่จังหวัดนครนายก ตำบลชะอม เจ้าอาวาสนามว่า พระอาจารย์สมชาย (สายหลวงปู่มั่น) ช่วงดึกผู้ปฏิบัติธรรมต้องพักผ่อนในกรด อากาศเย็นและหนาวมาก เพราะบริเวณวัดมีต้นไม้ใหญ่มากมาย ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นไข้และไม่สบายตัว จนผู้ที่พักผ่อนใกล้ๆ ได้เอายามาให้ในเช้าวันรุ่นขึ้น หลังจากทำวัตรเช้าเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็ได้พูดคุยกับผู้ที่นำยามาให้ จึงได้ทราบว่าท่านผู้นั้นเป็นหมอยาโบราณ อยู่จังหวัดยะลา ในขณะนั้นหมอท่านอายุ 78 ปี ภรรยาของหมอเป็นชาวหาดใหญ่ก็ได้มาปฏิบัติธรรมด้วย ดิฉันจึงมีโอกาสได้ปรึกษาคุณหมอท่านนั้นว่า มียาตัวใดที่รักษาอาการภูมิแพ้ และมียาตัวใดที่สามารถปิดผมขาวได้โดยไม่ต้องโกรกย้อมจากสารเคมี เพราะตัวดิฉันถูกคุณหมอที่โรงพยาบาลสั่งห้ามไม่ให้ใช้สารเคมี หลังจากครบกำหนดการปฏิบัติธรรม หมอยาแผนโบราณได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้และได้นัดพบกันที่วัดบวรนิเวศน์ บางลำพู ดิฉันและคุณหมอต่างผิดนัดกันไปผิดนัดกันมา พลาดการนัดหมายกันมาตลอดเป็นระยะเวลา 4 เดือนจนดิฉันทำเบอร์โทรศัพท์ของคุณหมอหาย และคิดว่าดิฉันคงจะไม่ได้พบท่านอีก อยู่มาวันหนึ่งคุณหมอท่านนั้นได้โทรศัพท์มาหาดิฉัน ซึ่งจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันเสาร์และตรงกับวันพระพอดีจึงนัดเจอกันที่เดิม ครั้งนี้ได้พบคุณหมอเสียที วันนั้นท่านได้นำต้นไม้ชนิดหนึ่งมาจากประเทศอินโดนีเซียเพื่อนำมาปลูกและพืชพรรณสมุนไพรแห้งต่างๆ อีกประมาณ 4-5 ชนิด พร้อมแนะนำให้ดิฉันนำมาบดแล้วนำมารวมกันตามส่วนแล้วผสมด้วยน้ำสมุนไพรชนิดหนึ่ง นำไปหมักผม ดิฉันก็ทำตามคำแนะนำและปฏิบัติเรื่อยมาเป็นเวลา 2 เดือนจึงเห็นการเปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นก็ได้นัดพบเพื่อปรึกษาคุณหมอท่านนี้เรื่อยๆมา อีกหลายเดือนผ่านไปคุณหมอก็ได้นำเกสรดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งเป็นสมุนไพรบรรจุขวดแม่โขง 2 ขวดใหญ่พร้อมกับน้ำดำๆ อีก 2 แกลลอนมาให้ดิฉัน คุณหมอบอกว่าเป็นยาบำรุงผิวหนังศีรษะและทำให้ผมขึ้น มาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย และดิฉันก็ได้นำมาใช้จนถึงทุกวันนี้ พร้อมทั้งคุณหมอก็ได้บอกดิฉันว่าให้ช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป รวมถึงผู้ที่เป็นสะเก็ดเงิน งูสวัด เชื้อรา นอนไม่หลับ ผมร่วง ผิวหนังศีรษะตึงซึ่งมาจากการโกรกย้อมทั้งหมด เส้นตัวคันตึง ใช้ยาเหล่านี้ทาภายนอก ตัวยาจะซึมเข้าไปใต้ผิวหนัง ดิฉันปฏิบัติเรื่อยมาเป็นเวลา 3 ปี สังเกตว่าตัวเองหายจากอาการภูมิแพ้อย่างเด็ดขาด สิวฝ้าไม่มี หน้าใสขึ้น ผมไม่หงอก ผิวหนังศีรษะนิ่ม

 

หลังจากที่ดิฉันได้เดินทางไปดูงานและท่องเที่ยวที่ประเทศออสเตรเลีย กลับมาดิฉันก็ได้พาหลานไปว่ายน้ำที่สโมสรของม.สุโขทัยธรรมาธิราช ดิฉันก็ได้พบกับรองศาสตราจารย์โกวิน วิวัฒนพงศ์ โดยท่านได้ชักชวนให้มาเปิดร้านเพื่อให้บริการที่สโมสรของมหาวิทยาลัย เพราะเห็นว่าเป็นคนที่มีฝีมือดีและชอบทำบุญ ดิฉันจึงตัดสินใจมาเปิดร้านที่สโมสรของม.สุโขทัยธรรมาธิราช โดยการแนะนำจากท่าน และยังช่วยแนะนำให้คนทั่วไปได้รู้จักประโยชน์ของสมุนไพรไทยว่าดีอย่างไร

 

คำว่า “มะมา” มีที่มาจากบทสวดมนต์ของ หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนเป็นชื่อ “มะมาสมุนไพร” มาจนถึงทุกวันนี้ หากสะกดเป็นภาษาอังกฤษ “Mamma” จะแปลว่า แม่, มารดา ซึ่งเข้ากับ “อาจารย์แม่” พอดี

 

ด้วยความอดทน มุ่งมั่น มั่นคงของอาจารย์แม่ จึงทำให้ชื่อ “มะมาสมุนไพร” เป็นที่รู้จักและทำให้เกิดบรรดาลูกศิษฐ์มากมายทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ เข้ามาศึกษาอบรม พร้อมทั้งกระจายรายได้สู่ชุมชนชาวบ้านให้มีรายได้จากการจำหน่ายสมุนไพรบางชนิด ลูกๆหลานๆ ของคุณหมอก็มีรายได้ตามไปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้รายได้อีกส่วนหนึ่งนั้นทาง อ.ฉันทมน พูลนิล ก็ได้คืนกำไรสู่สังคม โดยได้ร่วมกับฝ่ายข่าว ททบ.5 “โครงการพี่ให้น้อง” แจกเสื้อกันหนาว ข้าวของเครื่องใช้ บริจาคเรือช่วยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ฯลฯ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นการตอบแทนสังคม เหตุผลที่มีผู้เข้ามารับบริการที่มากมายนี้จนเกิดสาขาต่างๆ ส่วนมาก 90% ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ บางท่านอาจจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการโกรกย้อมจากสารเคมีมาแรมปีของแต่ละท่าน หรือ ยังไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของทางมะมาสมุนไพรได้ เช่น การสระผม เป็นต้น อีกอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตของท่านอาจารย์ “ต้องเป็นศิษย์ที่ดีและเป็นตัวแทนครูบาอาจารย์ โดยปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง พร้อมทั้งบูชา เทิดทูล กตัญญู รู้คุณ บิดา มารดา ครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณ ด้วยความเคารพอย่างที่สุด พร้อมทั้งช่วยเหลือสังคมและเด็กผู้ด้อยโอกาส”

     

 

สาระสำคัญ

 

ปัจจุบัน อ.ฉันทมน พูลนิล (อ.แม่) ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “มะมาเฮิร์บ” ด้วยชื่อเสียงของท่าน อ.ฉันทมน พูลนิล-ผู้ก่อตั้ง มะมาสมุนไพร มากว่า 10 ปี การันตีโดยศูนย์กว่า 30 สาขาเฉพาะในกรุงเทพฯ และสาขาต่างจังหวัดอีกมากมาย แต่ชื่อของ “มะมาเฮิร์บ” นั้นเพิ่งถือกำเนิดเกิดขึ้นได้ไม่นานนี้เอง ด้วยเหตุที่ว่า ‘มะมา สมุนไพร’ ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันมากมายนั้น ปัจจุบัน อ.ฉันทมน พูลนิล (อ.แม่) ได้ยกเป็นมรดกให้บุตรสาวไป ส่วนตัวท่านเองจึงได้ก่อร่างสร้างสถาบันแห่งใหม่ในนาม “มะมาเฮิร์บ” อยู่ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าสถาบันแห่งใหม่ที่ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยสมุนไพรไทยแท้ๆ แบบมืออาชีพ จะเป็นน้องใหม่ที่มาแรงอีกสถาบันหนึ่ง และไม่นานก็จะโด่งดัง ด้วยชื่อเสียงที่มีมายาวนานของท่าน อ.ฉันทมน พูลนิล (อ.แม่) เช่นกัน

 

ความตั้งใจจริง

 

ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ อ.แม่ ทราบถึงวิธีการแก้ไขอาการเกี่ยวกับหนังศีรษะที่เพิ่มขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเกิดสาเหตุจากสภาพแวดล้อม มลภาวะ  การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี การดูแลรักษาความสะอาดที่ผิดวิธี ไปจนถึง อาการดื้อยาต่างๆ ที่ปรากฏให้เห็นกับผู้ที่เข้ามาขอคำปรึกษา ซึ่ง อ.แม่ ตระหนักดีและเข้าใจถึงความรู้สึก เพราะจากประสบการณ์ของ อ.แม่ เอง และทุกคนที่เข้ามาขอรับคำปรึกษา ก็อยากจะหายกันทุกคน มันทุกข์ทรมานเหลือเกิน และการที่จะบำบัดให้อาการทุเลาและเบาบางลงนั้น มันต้องใช้ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงได้เห็นข้อบกพร่องและจุดแก้ไขตัวยาสมุนไพร ที่ อ.แม่ ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมขึ้นมา ทำให้เห็นว่าควรจะเพิ่มเติมตัวยาสมุนไพรให้กับผลิตภัณฑ์ มะมาเฮิร์บ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น และใช้ระยะเวลาไม่นาน เพื่อให้ได้ผลรับดีที่สุด ต่อผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ มะมาเฮิร์บ จึงได้ทำการผลิต ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ โดยการเพิ่มสูตรให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองอาการของสภาพหนังศีรษะที่มาจากหลายสาเหตุให้ครอบคลุมทุกสภาพหนังศีรษะ สามารถบรรเทาอาการลงได้และมีโอกาสัหายเป็นปกติได้ในที่สุด

 

วัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัทฯ

            อาจารย์ ฉันทมน พูลนิล ผู้ก่อตั้ง มะมาสมุนไพร ได้ดำเนินการจัดตั้ง บริษัท มะมา เฮิร์บ (๙๙) จำกัด ขึ้นในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อการพัฒนาปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร และการบริหาร ให้มีความเป็นเอกเทศ สามารถบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การกำกับดูแล โดย อ.ฉันทมน พูลนิล
  2. เพื่อเป็นการสร้างตราสัญลักษณ์ขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อว่า Mamma Herb (มะมาเฮิร์บ) แทน มะมาสมุนไพร และประกาศให้เป็นที่รู้จักในนามของ อ.ฉันทมน พูลนิล
  3. เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ มะมา เฮิร์บ ให้มีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์เดิมที่เป็นอยู่ ทั้งรูปลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ และสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ให้มีความพิเศษมากขึ้น ทั้งส่วนผสมและสูตรการผลิตใหม่
  4. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ มะมาเฮิร์บ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในการผลิต เพื่อเข้าสู่มาตรฐานสากล GMP (Good Manufacturing Practice) เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  5. เพื่อรองรับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของผลิตภัณฑ์ มะมาเฮิร์บ ในด้านการค้าและตัวแทนสาขาและการขยายศูนย์ มะมาเฮิร์บ รวมทั้งเพื่อเป็นการเตรียมตัวในการที่จะมุ่งสู่ระบบการค้าเสรี FTA (Free Trade Area) ที่กำลังจะเกิดขึ้น
  6. เพื่อการนำผลิตภัณฑ์ มะมาเฮิร์บ ที่เป็นสมุนไพรไทย เข้าสู่ระบบเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ที่ได้มาตรฐานสากล ทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยและเป็นของคนไทย ให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก

 

ขอกราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ ฉันทมน พูลนิล ซึ่งสละเวลาเล่าความเป็นมาโดยย่อให้ทางคณะผู้จัดทำเว็บไซด์มะมาเฮิร์บ เป็นองค์ความรู้ และอนุญาตให้เผยแพร่ต่อสาธารณชนได้

ผู้สนับสนุน



เพลงมะมาเฮิร์บ99