ศูนย์มะมาเฮิร์บ – วิภาวดีรังสิต (สุทธิสาร)

                                                

MAMMA HERB (99)

มะมา เฮิร์บ (๙๙)

คุณค่าจากยาโบราณ ช่วยคนมีปัญหาด้านเส้นผม

      มีคนจำนวนไม่น้อยที่พบปัญหาด้านเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ผมขาว มีรังแค และอีกหลายอย่าง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมักเป็นทุกข์อย่างใหญ่เชียว อย่างน้อยก็ลดทอนความมั่นใจในตัวเองไปบางส่วน เพราะเส้นผมถือเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างบุคลิกให้มีความโดดเด่น

หากมองด้านธุรกิจ กลุ่มที่เกี่ยวกับเส้นผมแล้วเห็นทีจะมีมากมาย แต่กระแสที่มาแรงเห็นจะหนีไม่พ้นทางด้านสมุนไพร ที่หลายค่ายต่างนำเสนอสรรพคุณกันอย่างเต็มที่

“มะมา เฮิร์บ” เป็นอีกกลุ่มที่ไม่ใช่น้องใหม่ เพราะมีสาขาในกรุงเทพฯกว่า 30 สาขา และต่างจังหวัดอีกมากมาย ด้วยการชูความเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติเก่าแก่หลายชนิดที่มีคุณสมบัติบำบัด และป้องกันปัญหาที่เกิดจากเส้นผมได้อย่างถาวร

เหตุที่กล้ารับประกันเช่นนั้น เพราะเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ประสบปัญหามาด้วยตัวเองจากการมีผมขาว และผมร่วงมากมาย แล้วได้รับการแนะนำจากหมอสมุนไพรโบราณ จากคนรุ่นเก่าแก่หลายคน จนนำสมุนไพรแต่ละชนิดที่มีสรรพคุณโดยตรงมาผสมทดลองใช้กับตัวเองนานหลายปี กระทั่งแน่ใจว่าได้ผล ขณะเดียวกันจึงแนะนำคนรอบข้าง คนรู้จัก ขยายวงออกไปจนกว้างขวางเป็นที่รู้จักกันจำนวนหลายสาขา

ป่วยเป็นหอบ แล้วยังใช้สารเคมีมาก ทำให้ร่างกายทรุดโทรม

คุณฉันทมน พูลนิล ผู้ก่อตั้ง “มะมาเฮิร์บ” เล่าว่า เป็นคนที่โกรกผมมาตั้งแต่อายุ 28 ปี ครั้นเมื่ออายุ 35 ปี พบว่ามีผมขาวและหลุดร่วง ก็พยายามรักษามาตลอด ใครแนะนำอย่างไรก็ทำ แต่ไม่ได้ผล ขณะเดียวกัน สุขภาพของเธอเริ่มมีปัญหาอย่างหนัก จากโรคหอบที่เกิดจากกรรมพันธุ์และมีอาการตาฝ้าฟาง เป็นหวัดตลอดปีจนต้องเดินทางไปหาหมอประจำ

ทั้งนี้ในเรื่องของปัญหาเส้นผม มีผู้รู้หลายท่านตลอดจนหมอที่รักษาโรคหอบต่างบอกว่าให้เลิกใช้สารเคมีในการทำผม เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคที่เป็นอยู่ เมื่อรู้เช่นนั้นเธอจึงหยุดใช้และพยายามหาวิธีอื่นรักษา ไม่ว่าจะทดลองใช้ยาสมุนไพรจากต่างประเทศที่ร่ำลือกันว่าได้ผลมาหลายราย แต่สำหรับเธอกลับไม่เป็นเช่นนั้น

“ด้วยความที่เราใช้สารเคมีมานานจนรู้สึกว่าหนังศีรษะตึงมาก เคยได้รับความรู้มาว่าบนหนังศีรษะมีชั้นขี้ผึ้งอยู่ใต้ผิวกับถุงไขมัน การมีชั้นขี้ผึ้งเพื่อป้องกันการกระแทกของผิวหนังที่เปรียบเหมือนนวมชกมวย การที่ฮอร์โมนมีการสร้างขึ้นในช่วงบ่ายโมงถึงสองทุ่ม พอสร้างขึ้นมาร่างกายก็มีการขับของเสียออกเป็นเหงื่อ ก็จะผ่านและดันตามชั้นขี้ผึ้งออกมา

โดยทั่วไปพอรู้สึกมีเหงื่อเส้นผมจะมีความมัน คนจึงมักชอบสระผมกันบ่อย พอชั้นขี้ผึ้งหลุดออกก็กลายเป็นน้ำมัน ผิวหนังชั้นล่างจึงตึง เพราะขี้ผึ้งถูกล้างออกด้วยแชมพูไปแล้ว พอนานไปก็ลงไปถึงชั้นถุงไขมัน ดังนั้นเส้นผมจึงหลุด แล้วผมหงอกจึงขึ้นมาแทนที่ ซึ่งตัวเองก็ไม่รู้ ก็โกรกผมไปเรื่อย ทำเท่าไรก็ไม่หาย แม้กระทั่งยาของอินเดียที่ว่าคุณภาพดียังเอาไม่อยู่” คุณฉันทมน กล่าว

คนโบราณ แนะ…ใช้สมุนไพรช่วย

จนกระทั่งคุณแม่ของเธอคือ แม่ทองคำและหมอแผนโบราณชื่อ แก้ว ได้แนะนำให้ใช้สมุนไพรไทยรักษา และกำชับไม่ให้เธอย้อมผม หรือห้ามสระผมตอนกลางคืนอีก

จากการแนะนำมาสู่การปฏิบัติ คุณฉันทมน จึงเริ่มต้นด้วยการนำสมุนไพรไทยบางชนิดที่มีสรรพคุณด้านการปิดผมขาวตามความเชื่อโบราณ เช่น มะคำดีควาย กับมะขามป้อม เธอบอกว่า ไม่ต้องการแค่เพียงปิดผมหงอกอย่างเดียว แต่ต้องการบำบัดและขจัดควบคู่ไปด้วยและได้มีการนำไพลเข้ามาช่วยในเรื่องดังกล่าว จึงได้ใช้มะขามป้อมตากแห้งผสมกับกานพลู บวกกับน้ำมันงา พอแห้งสนิทจึงไปจ้างบด นำมาต้มแล้วมากวนกับน้ำสะเดา ซึ่งน้ำสะเดาที่ต้มแล้วจะใส่ขวดเก็บไว้

เธอบอกว่า 1 ปีผ่านไปกับวิธีที่ได้ทดลองทำก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ปรากฏว่าผมที่หงอกหายไป จึงทำไปเรื่อยๆ และนับเป็นเรื่องประหลาดที่อยู่ดีๆ โรคหวัด, ภูมิแพ้ และอาการเจ็บป่วยอย่างอื่นค่อยทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องไปพบหมออีก สังเกตดูจากสภาพร่างกายที่ดีขึ้น กระฉับกระเฉงขึ้น จากนั้นจึงลองค่อยๆ หยุดยาโรคหอบไปทีละชนิด จนกระทั่งเลิกรับประทานยาโรคหอบทั้งหมดได้โดยไม่มีปัญหาตามมาแต่ประการใด เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญานแสดงให้เห็นว่าเมื่อนำสมุนไพรเหล่านั้นมาใช้ตามวิธีและส่วนผสมที่ถูกต้อง ได้เกิดผลดีต่อตัวเอง

“ทำตอนแรกยังไม่ปิดผมหงอก แต่กลับทำให้โรคต่างๆ ที่เคยเป็นหายไปได้ ซึ่งตอนนั้นสังเกตเห็นเท่านั้น ต่อมาภายหลังจึงลงลึกจนพบว่า สมุนไพรแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์ อย่างมะขามป้อมทำให้เส้นผมมีสีน้ำตาลสวยและแข็งแรง ไม่หงอก กานพลูทำให้มีกลิ่นหอม แล้วยังมีใบย่านางอีกด้วย” คุณฉันทมน ให้รายละเอียด

ลองสมุนไพรหลายชนิด จนประสบความสำเร็จ ได้สูตรที่เหมาะสม

เธอเผยว่า กว่าจะมาทำให้ครบสูตรต้องลองผิดลองถูกกับสมุนไพรนานาชนิดด้วยการแนะนำจากผู้ใหญ่หลายท่านที่มีความรู้จากโบร่ำโบราณสะสมกันมายาวนาน จึงหยิบแต่ละชนิดจากสรรคุณเด่นมาทดลองผสมกัน ผ่านกรรมวิธีแต่ละขั้นตอนในแบบวิธีโบราณเลย แต่ที่สำคัญ ต้องใช้เวลารอ เพื่อให้ตัวยาซึมซับผ่านเส้นผมลงไปในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อมาออกฤทธิ์กับเส้นผมและหนังศีรษะในเวลาต่อไป

คุณฉันทมน เผยว่า มีความลงตัวในปี 2541 โดยช่วงเวลานั้นยังไม่มีใครล่วงรู้ถึงความสำเร็จนี้ เพียงแต่คนรอบข้างหลายคนสงสัยว่าทำไมเธอจึงดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากอย่างผิดตา เคยสวมแว่นก็เลิกสวม หรือกลางคืนสามารถขับรถได้โดยไม่ต้องสวมแว่น

จากจุดเริ่มต้นด้วยฝีมือการซอยผม นำไปสู่การเปิดตัว “มะมา เฮิร์บ” ความที่เป็นศิษฐ์ของร้านทำผมแอนนา ราชประสงค์ ที่โด่งดัง คุณฉันทมน ใช้ความรู้นี้ประกอบอาชีพมายาวนาน จนมีลูกค้าขาประจำติดใจในฝีมือการทำผม โดยเฉพาะการซอยผมที่เธอมีความเชี่ยวชาญชำนาญเป็นพิเศษจนทำให้ลูกค้าหลายรายชื่นชอบ จนเป็นที่รู้จักกันดีจากลูกค้าประจำที่เรียกติดปากว่า “อาจารย์เล็ก”

แต่ระยะหลังคุณฉันทมนว่างเว้นจากการทำผมอันเนื่องมาจากปัญหาด้านสุขภาพและต้องการพักผ่อน เธอเล่าว่า วันหนึ่งได้พาหลานชายไปว่ายน้ำที่สระน้ำของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) บังเอิญไปพบอาจารย์ใน มสธ. ที่เป็นลูกค้าทำผมขาประจำ และได้ชักชวนให้มาเปิดร้านสอนทำผมใน มสธ.

“บังเอิญไปพบอาจารย์และลูกค้าอีกหลายคน ต่างบ่นว่าไปทำผมที่ไหนไม่ค่อยถูกใจเหมือนที่เคยทำกับดิฉัน เลยชักชวนให้มาเปิดร้านใน มสธ. ความจริงต้องการจะหยุดแล้ว แต่พอเจอลูกค้าเก่าหลายคนรู้สึกคิดถึงเลยตกลงมาเปิดร้านอยู่ในสโมสรของ มสธ. อีกเหตุผลคือจะถือโอกาสเปิดตัวสูตรสมุนไพรหมักผมที่ทำสำเร็จจนได้ผลกับตัวเอง” คุณฉันทมน กล่ว

การใช้จิตวิทยาในการพูดจำเป็นอย่างมากต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญด้านปัญหาเรื่องเส้นผม แต่การเสียเวลาอธิบายก็ไม่สูญเปล่าเมื่อลูกค้าหลายคนต่างตอบรับความหวังดีของเธอ พร้อมกับให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาได้ตรงตามที่ต้องการ

ในไม่ช้าไม่นาน จากลูกค้าทีละคนไปสู่นับสิบและนับร้อย จนทำให้สถานที่เดิมคับแคบลงอย่างถนัดตา และจำเป็นต้องเปลี่ยนมาเปิดที่แห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าพร้อมกับการกำหนดชื่อร้าน “มะมา เฮิร์บ” อย่างเป็นทางการ

อาจารย์ของ มสธ.บอกว่าต้องย้ายที่ใหม่เพราะคนมากเกินไป วันรุ่งขึ้นที่จะเปิดร้านท่านบอกว่าให้เราตั้งชื่อร้านด้วยเพราะจะเป็นที่จดจำของลูกค้า เวลานั้นคิดชื่อร้านไม่ออก แต่แว้บตอนนั้นคิดถึงแม่ก่อน เพราะเวลาเราเกิดมาเริ่มต้นพูดครั้งแรกจะเปล่งคำว่า “มะ” คือจะเรียกแม่นั่นแหละ หรือคำว่า “มะ” ก็ไปสอดคล้องกับภาษาอิสลามที่แปลว่าแม่เช่นกัน ดังนั้นเมื่อเราเริ่มต้นด้วยการเรียกแม่ก่อน และแม่เป็นครูคนแรกเป็นบุคคลที่อยู่กับเรา คอยให้กำลังใจทำให้มีความเชื่อมั่น จึงกำหนดชื่อร้านว่า “มะมา”  คุณฉันทมน ให้รายละเอียด

จากร้านแรก ขยายไปร้านที่สองในเวลาอันรวดเร็ว

จากกระแสความสนใจของลูกค้าที่จะเรียนรู้วิธีและขั้นตอนการหมักผมด้วยสมุนไพรจากคุณฉันทมน ซึ่งในตอนแรกเธอเพียงแค่อธิบายแก่ลูกค้าแต่ละคนเท่านั้น ต่อมาเมื่อหลายคนต่างต้องการรับรู้ถึงขั้นตอนและวิธีปฏิบัติอย่างละเอียด คุณฉันทมนจึงตกลงใจเปิดสอนการดูแลผิวแบบโบราณอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่บ้านพัก แล้วยังขยายต่อไปเป็นสาขา 2 ของตัวเองในเวลาไม่นาน

ปัจจุบันร้าน “มะมา เฮิร์บ” เปิดสาขาเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 40 แห่ง และตามต่างจังหวัดใหญ่อีกหลายแห่ง มีลูกศิษฐ์ที่ผ่านการเรียน การอบรมมามากมายจนเธอถูกเรียกขานว่า “อาจารย์แม่” อย่างไรก็ตาม การจะขอเปิดเป็นตัวแทนร้านมิใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะผู้มีความประสงค์จะต้องมาคุยรายละเอียดถึงจุดประสงค์ก่อน โดยคุณฉันทมนจะไม่อนุญาตให้เปิดร้านสมุนไพรและร้านเสริมสวยอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งนี้ เพราะจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเจตนารมณ์

ต้องการเปิดร้านมิใช่ง่าย ต้องผ่านการติวเข้มนานนับปี

นอกจากนั้นแล้ว ผู้ที่ประสงค์จะเปิดสาขาจะต้องสมัครเข้ารับการเรียน อบรมความรู้เกี่ยวกับการดูแลผิว การดูแลเส้นผม การเรียนรู้เกี่ยวกับสรรพคุณของสมนไพรไทยโบราณทุกชนิดที่ใช้อย่างละเอียด และอื่นๆ ตามกระบวนการอีกมากมาย จะต้องใช้ระยะเวลาการเรียนที่ไม่น้อยกว่า 1ปี มีการทดสอบด้วยการลงมือปฏิบัติกับลูกค้าจริงหลายครั้ง จนกระทั่งมั่นใจว่าสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างถูกต้องามแนวทาง จึงจะอนุญาตให้เปิดร้านได้ ส่วนตัวยาสมุนไพรจะซื้อจากคุณฉันทมน ทั้งนี้ ท่านจะออกตระเวนเยี่ยมเยียนสาขาต่างๆ พร้อมกับเสริมความรู้แนะนำแก้ปัญหาตลอดเวลา

คุณฉันทมน กล่าวว่า ขอให้กลับมาสู่ความเป็นธรรมชาติกันดีกว่า สวยด้วยธรรมชาติจะเป็นความสวยอย่างแท้จริงที่มีความคงทนถาวรอยู่ได้นาน หากลองย้อนกลับไปคิดถึงคนสมัยก่อนที่อยู่ต่างจังหวัดล้วนแต่มีอายุยืนยาวกันทั้งนั้น และทำไมเส้นผมจึงหงอกช้า ไม่ร่วง แม้แต่พระหรือชี ทำไมยิ่งบวชนานยิ่งหน้าใส เพราะไม่ได้แต่งแต้มสีสันแปลกปลอมเข้าไป

“ควรหันมาบริโภคพืช ผัก กันมากๆ โดยเฉพาะพืชสมุนไพรทุกชนิดเพราะมีสรรพคุณที่ดีในแต่ละด้านอย่างมาก ควรสังเกตพฤติกรรมคนโบราณและควรทำตามอย่างเพราะล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น” คุณฉันทมน กล่าวทิ้งท้าย

เยี่ยมเยียนร้าน “มะมา เฮิร์บ” ชมการให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ร้าน “มะมา เฮิร์บ” สาขาวิภาวดีรังสิต (สุทธิสาร) เป็นอีกหนึ่งสาขาที่ได้รับความไว้วางใจจากคุณฉันทมน โดยมีคุณขวัญตา เชิดชูชาติ หรือ คุณตา เป็นเจ้าของร้านและผู้ให้บริการ

คุณขวัญตาเป็นหนึ่งในศิษฐ์ที่ได้ร่ำเรียนวิชาด้านการใช้สมุนไพรมาบำบัดรักษาผู้มีปัญหาด้านเส้นผมจากคุณฉันทมน เปิดร้านนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว เธอเล่าว่า “เดิมมีร้านทำผมที่เป็นร้านเสริมสวยอยู่แถวสุทธิสาร ได้ยินชื่อเสียงของอาจารย์แม่จากลูกค้าที่มาทำผม เลยมาสมัครเรียน แต่ในช่วงแรกท่านไม่รับเพราะที่ร้านทำเสริมสวยด้วยการใช้เคมี

ต่อมาได้อธิบายถึงความจริงว่าตัวเราไม่ได้มีความรู้เรื่องเสริมสวยเลย เพียงแต่มีช่างมาทำ ดังนั้น ท่านจึงรับเข้าเรียนในเวลาต่อมา โดยมีเงื่อนไขว่าต้องแยกร้านสมุนไพรออกมาต่างหากจากร้านเสริมสวย

ภายหลังที่อาจารย์แม่อนุญาต ได้ใช้เวลาเรียนกว่า 1 ปีที่ต้องให้เข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผิวหนัง ดูแลเส้นผม ไปจนเกี่ยวกับสมุนไพรทุกชนิดที่ใช้ หลังจากนั้นจะต้องไปฝึกปฏิบัติด้วยการทำให้ลูกค้าตามกระบวนการขั้นตอนที่เรียนมา และมอาจารย์แม่ควบคุมอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกระทั่งท่านพิจารณาว่าสามารถทำทุกอย่างได้ครบ ถูกต้อง ตามหลักวิธีแล้วจึงอนุญาตให้เปิดร้านได้”

เจ้าของร้านกล่าวว่า ลูกค้าที่มาใช้บริการมีทุกเพศ ทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่เด็ก บางครั้งมากันทั้งครอบครัว เหตุผลเพราะในสังคมปัจจุบันทุกคนต่างเร่งรีบ การดูแลเส้นผมด้วยการสระผมในเวลากลางวันอาจไม่สะดวกนักจึงมักสระผมตอนกลางคืน ทั้งนี้ หากผมยังไม่แห้งสนิท อาจทำให้เกิดเชื้อรา ส่งผลให้ผมหลุดร่วงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การมาใช้บริการของลูกค้าส่วนใหญ่เป็นการแนะนำจากผู้ที่เคยมาใช้บริการแล้วได้ผล

การมาใช้บริการจะเริ่มต้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอนด้วยจากการวิเคราะห์สภาพหนังศีษะลูกค้าก่อน เพราะแต่ละท่านมีปัญหาไม่เหมือนกัน ดังนั้น วิธีการรักษาหรือบำบัดต้องมีความแตกต่างกัน พร้อมทั้งสมุนไพรที่ใช้ก็จะแตกต่างกันด้วย ซึ่งในขั้นตอนนี้ใช้เวลา 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 4 ครั้ง หรือ 1 เดือน หลังจากนั้นแล้วต่อด้วยการประเมินผลเพื่อดูว่าหนังศีรษะดีขึ้นหรือไม่ หากดีขึ้นจะทิ้งระยะห่างออกไป แต่ระยะนี้จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำตลอดเวลา

“การลงไพล พร้อมกับสมุนไพรตัวอื่น ซึ่งในขั้นตอนนี้บางคนมีปัญหาผิวยังไม่พร้อมก็ยังไม่ใช้สมุนไพรชนิดอื่นหมักให้ แต่จะลงไพลอย่างเดียว ซึ่งการหมักผมแต่ละครั้ง เมื่อเสร็จสิ้นตามขั้นตอนแล้วจะปิดศีรษะด้วยการใช้ผ้าห่อ สำหรับผู้หญิง ส่วนผู้ชาย ใช้หมวกสวม และต้องหมักทิ้งไว้นาน 6 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก ซึ่งลูกค้าอาจกลับไปล้างที่บ้านเองก็ได้ หรือกลับมาให้ทางร้านล้างก็ได้” เจ้าของร้าน อธิบาย

คุณขวัญตา บอกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม่มีวางจำหน่าย ทั้งนี้ เพราะแต่ละชนิดมีกรรมวิธีและขั้นตอนการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อให้มีประสิทธิภาพควรใช้ควบคู่กับการให้บริการและคำแนะนำของช่างที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี

“อยากจะบอกว่า การใช้สมุนไพรจากธรรมชาติเพื่อการรักษาเกี่ยวกับเส้นผมเป็นการรักษาตามขั้นตอนเหมือนอย่างเจ้าของต้นตำรับเคยประสบความสำเร็จและได้ผลมาแล้ว ดังนั้น อาจต้องให้เวลาในแต่ละขั้นตอน อย่าใจร้อน” คุณขวัญตา กล่าวทิ้งท้าย

การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ผมขาว และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับหนังศีรษะและเส้นผม อย่าลืมปรึกษาได้ที่ “มะมา เฮิร์บ” ศูนย์ฯ วิภาวดีรังสิต (สุทธิสาร) โทรศัพท์ 081-816-2763, 085-932-3888 หรือศูนย์ฯ มะมาเฮิร์บ ใกล้บ้าน

เจ้าของและผู้จัดการ : คุณขวัญตา เชิดชูชาติ (ตา)  [M-002]

สถานที่ตั้ง: 383 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

โทร :  08-1816-2763, 08-5932-3888

สอบถามเส้นทาง: 08-4755-5009

เปิดทำการ : วันจันทร์ – วันศุกร์ (08.00น-18.00 น.), วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขตฤกษ์ (08.00-17.00 น.) หยุดทุกวันพุธ

อีเมล :  [email protected]


มะมา เฮิร์บ ศูนย์สุทธิสาร (วิภาวดี)  เป็นสาขาเดียวกับสาขาสุทธิสาร  ย้ายไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับท่านลูกค้า ทั้งสถานที่ที่กว้างขวางกว่าเดิมและการเดินทางที่สะดวกมากกว่า สถานที่ตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิตอยู่เลยสี่แยกสุทธิสารฝั่งที่จะไปลาดพร้าวอยู่่ก่อนถึงซอยวิภาวดี 3 (ซอยขนส่ง) ถ้ามาจากดินแดงเลยสี่แยกไฟแดงไปประมาณ 300 เมตรร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือเป็นอาคารสีชมพู อาคารมะมาสมุนไพร ถ้ามาจากลาดพร้าวให้มากลับรถใต้สะพานลอยสุทธิสาร (ก่อนถึงสี่แยก) แล้วชิดซ้ายร้านอยู่ทางด้านซ้ายมือ (เลยโรงแรมAll seasonsไป 3 อาคาร) ถ้ามาจากห้วยขวางถึงสี่แยกสุทธิืสารให้เลี้ยวขวา (ทางไปลาดพร้าว) ประมาณ 200 เมตรร้านอยู่ด้านซ้ายมือ ถ้ามาจากสะพานควายให้มาเส้นอินทามระถึงสี่แยกสุทธิสารเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 300 เมตรร้านอยู่ด้านซ้ายมือ

มะมา เฮิร์บ ศูนย์สุทธิสาร (วิภาวดี) เป็นอาคารสีชมพู มีที่จอดรถสะดวกสบายทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านข้างร้าน บริเวณด้านข้างร้านสามารถจอดรถได้มากกว่า 20 คัน ภายในร้านมีห้องรับรองกว้างขวาง ท่านสามารถรอรับบริการได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีคาราโอเกะไว้บริการให้ท่่านได้้ผ่อนคลาย หรือท่านจะเลือกดูรายการทีวีีได้มากมายหลายช่องตามอัธยาศัย ภายในห้องรับรองยังมีหนังสือไว้ให้ท่านอ่านเล่นหลากหลายประเภท ทางร้านยังมีมุมให้ท่านจิบชา กาแฟ พรัอมขนมหลากหลายชนิดที่เลือกสรรมาให้ทานเล่นกันทุกวัน ที่สำคัญที่สุดพนักงานทุกคนได้ผ่่านการอบรมมาอย่างดีเพื่อดูแลและคอยต้อนรับทุกๆท่านและพร้อมให้ข้อมูลอย่างละเอียด มะมา เฮิร์บ ศูนย์สุทธิสาร (วิภาวดี) ยินดีให้การต้อนรับทุกๆท่านค่ะ

WP Post Tabs

 

ผู้สนับสนุน



เพลงมะมาเฮิร์บ99