วิธีทำบุญง่ายๆ แต่ได้บุญมาก

ทุกคนอยากทำบุญอย่างง่ายๆ แต่ทำแล้วอยากได้บุญมากๆ ถ้าว่ากันตามความจริงแล้วก็ไม่ยากเย็นอะไรเลย ง่ายนิดเดียว ไปจัดหาอาหารคาวหวาน ขนมนมเนย ใส่ปิ่นโต พร้อมน้ำผลไม้สักกระป๋องหนึ่ง นำไปถวายพระอรหันต์ก็ได้บุญมากแล้ว แต่ถ้าได้ถวายแก่พระอรหันต์ที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ก็ได้บุญมากเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างเรื่องพระอินทร์แปลงกายลงมาให้ทานกับพระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เพราะผู้ที่ได้ทำบุญแม้แต่น้อยนิดกับพระอรหันต์ที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติย่อมได้บุญมากเป็นพิเศษ

 

แต่บุคคลทั่วๆ ไปที่เป็นปุถุชนอย่างเช่นเราๆ นี้ ยากที่จะไปหยั่งรู้ในอริยคุณของท่านผู้ละสังโยชน์ตามภูมิของท่านผู้นั้นได้ ถึงแม้ท่านจะสำเร็จคุณวิเศษนั้น ซึ่งผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดได้ด้วยตนเอง อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตัว ไม่ประกอบด้วยกาล คือให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติได้ทุกเวลา ทุกโอกาส บรรลุเมื่อใดก็ได้รับผลเมื่อนั้น ก็จะไม่ออกมาพยากรณ์ประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่า อาตมานี่แหละสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว แม้กระนั้นก็ตาม การทำบุญแบบง่ายๆ ที่ว่านี้ยังมีอยู่ ทำบุญกับพระอรหันต์เช่นกันแต่เป็นพระอรหันต์ในบ้านของเรา เป็นพระอรหันต์ที่มีจิตบริสุทธิ์ที่แท้จริงต่อเรา นั่นคือพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเรา นอกจากจะเป็น
พระอรหันต์ในบ้านของเราแล้ว ยังเป็นพระพรหมในบ้านของเราอีกด้วย

 

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุตรขอสกุลใด บูชาบิดามารดาในเรือนตน สกุลนั้นชื่อว่ามีพรหม มีบุรพาจารย์ มีพระในเรือนตน คำว่า พรหม บุรพาจารย์ พระนี้เป็นชื่อของบิดามารดา ข้อนี้เพราะเหตุใด ก็เพราะบิดามารดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยงดูรักษา แสดงโลกนี้แก่บุตร เพราะเหตุนั้น บันทิตพึงนมัสการ และสักการะบิดามารดานั้น ด้วยการให้ข้าว ให้น้ำ ให้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ให้ที่นอน ให้การอบกลิ่น ให้การอาบน้ำ และการล้างเท้าให้ เพราะการปรนนิบัติบิดามารดานั้น บันทิตจึงสรรเสริญในโลกนี้เอง เขาตายไปแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์ ที่ว่าบิดามารดาเป็นพระพรหมของลูก ก็เพราะว่าบิดามารดาประพฤติเหมือนพระพรหมบนพรหมโลก คือดำรงอยู่ในพรหม ๔ ได้แก่

 

-เมตตา มีความรักใคร่บุตรตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เลี้ยงจนเติบโตก็ยังมีความรัก ไม่ว่าลูกจะดีหรือชั่ว และเป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่ไม่มีความรักของใครจะเทียบได้

-กรุณา มีความสงสารบุตร เมื่อบุตรได้ความยากลำบาก

-มุทิตา มีความพลอยยินดีต่อบุตรของตน เมื่อบุตรประสบความสำเร็จ ไม่ว่าการศึกษา หรือการประกอบอาชีพ

-อุเบกขา ความวางเฉยเมื่อบุตรมีครอบครัวสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

 

ที่ว่าเป็นอาจารย์ของลูก ก็เพราะว่าการศึกษาเริ่มต้นเมื่อชีวิตเริ่ม ชีวิตเริ่มที่ไหน เริ่มที่บ้าน ใครคนสอน พ่อแม่เป็นครูสอน เป็นครูคนแรกก่อนครูคนอื่นๆ ที่สอนให้ตั้งแต่เกิด เช่น สอนให้นั่ง ยืน เดิน นอน หัดพูดเรียกพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ตลอดจนพูดคำต่างๆ ให้รู้สิ่งที่ดี ไม่ดี สิ่งควรทำ ไม่ควรทำ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เริ่มมาจากพ่อแม่ก่อนคนอื่น แล้วจึงเข้าโรงเรียนมีครูคนต่อไปเป็นครูสอน เป็นการเสริมเติมแต่งให้วิชาความรู้ เพราะพ่อแม่วางพื้นฐานไว้ให้แล้ว

 

ที่ว่าเป็นพระของลูก ก็เพราะว่า พระในที่นี้เปรียบเหมือนพระอรหันต์ ซึ่งพระอรหันต์เป็นผู้ที่บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสทั้งปวง เปรียบเหมือนเทวดา โดยความบริสุทธิ์ หรือที่เรียกว่า วิสุทธิเทพ เป็นประเภทใน ๓ ประเภทของเทวดา เพราะพระอรหันต์ไม่คำนึงถึงความผิดอันพวกชนพาลทำแล้วหวังแต่ความดี ความเจริญและปฏิบัติเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ชนเหล่านั้น โดยส่วนเดียวย่อมทำเครื่องสักการบูชาของชนเหล่านั้นให้มีผล มีอานิสงส์มากฉันใดบิดามารดาก็ฉันนั้น บิดามารดาไม่คำนึงถึงความผิดของลูกทั้งหลาย เมื่อได้ปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ลูกโดยส่วนเดียว พ่อแม่จึงเป็นผู้สมควรแก่เครื่องสักการบูชาของลูก

 

การทำบุญง่ายๆ ก็ทำบุญกับพ่อแม่สิครับ เรามีโอกาส มีเวลาทำได้ตลอดเวลา ขอให้ดูแลในขณะที่พ่อแม่
ยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายที่ท่านจะต้องจากเราไป

 

และเมื่อท่านจากเราไปแล้ว ก็หมั่นทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านเป็นประจำสม่ำเสมอ อย่าได้ขาด ทั้งหมดนี้จึงเป็นสิ่งที่ลูกๆทุกคนพึงกระทำ และขอให้ทำด้วยใจที่รักและกตัญญูรู้คุณต่อท่านจริงๆนะครับ พระคุณของพ่อแม่นั้น ชดใช้ไม่หมด ทำความดีกับท่าน ดูแลท่าน และรักท่านให้มากที่สุด อย่าทำให้ท่านเสียใจ ทำให้ท่านภูมิใจในตัวเรา แค่นี้แหละครับ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกที่ดีจะสามารถทำให้พ่อแม่ได้

ผู้สนับสนุน



เพลงมะมาเฮิร์บ99