ธรรมะคีตะ

 

การให้ธรรมะเป็นทาน เช่น ให้วิชาความรู้ ให้คำแนะนำสั่งสอนในทางที่ดี ให้คำตักเตือนเมื่อหลงทางผิด และที่ทำให้ง่ายที่สุดคือการให้หนังสือธรรมะเป็นทาน ในบรรดาการให้ทั้งหลาย ไม่ว่าเป็นข้าวน้ำ วัตถุสิ่งของ พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญการให้ธรรมะเป็นทานว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด และเป็นสุดยอดแห่งการให้ทานทั้งปวง

ควรให้ธรรมทานแก่ใคร ?

เป้าหมายแรกคือคนไทย ๖๙ ล้านคน ใครก็ได้ โดยเฉพาะกับเด็กเยาวชนในโรงเรียน ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชน เพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด พ่อแม่ ครูอาจารย์ ลูกศิษย์ บุตรธิดา โรงงาน เรือนจำ โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา สถานพินิจ กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานราชการ บริษัท ห้างร้าน องค์กรต่างๆ แล้วขยายไปทั่วโลก

เหตุใดการให้ธรรมทาน จึงดีกว่าการให้ทั้งปวง ?

พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ให้ข้าวน้ำ ถือว่าให้กำลัง ผู้ให้เสื้อผ้าถือว่าให้ความสวยงาม แต่ ผู้ให้ธรรมะเป็นทานถือว่าเป็นผู้ให้ความเป็นคน ให้สติปัญญา ให้ความพ้นทุกข์ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ได้อ่านหรือฟังธรรมะแล้วย่อมเกิดความ สำนึกที่ดี มีความพากเพียรในการละชั่วทำดี มีสติปัญญาและมีความเพียรในการปฏิบัติตนให้พ้นจากทุกข์ สร้างสุขให้เกิดขึ้นแก่ตน คนรอบข้าง และสังคมต่อๆ ไป ไม่สิ้นสุด

“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง”

….
“อกฺขรา เอกํ เอกญฺจ พุทฺธรูปํ สมํ สิยา
สร้างอักขรธรรมหนึ่งอักษร เท่ากับสร้างพระพุทธรูปหนึ่งองค์”

ขอให้สนใจในธรรมทาน

โดย พุทธทาสภิกขุ

ผู้สนับสนุน



เพลงมะมาเฮิร์บ99